150Mb Wireless Router TP-LINK (TL-WR702N) Nano ไร้สาย ไร้ที่ติ

สำหรับท่านที่กำลังมองหา Router แบบไร้สายอยู่ละก็ ต้องอ่านบทความรีวิวนี้ก่อนครับ ไม่งั้นพลาดของดีไปไม่รู้ด้วยนะเอ้า เพราะตัวนี้นอกจากจะมีดีที่ไม่ต้องใช้สายไฟเชื่อมต่อให้วุ่นวายแล้ว ยังมีดีด้านประสิทธิภาพการทำงานที่เยี่ยมยอดอีกด้วย ส่วนจะดีสักแค่ไหนนั้นเราต้องมาดูกันด้านล่างครับ แต่รับรองได้เลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ เอ้าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เข้ามาด้านในกันดีกว่าครับ ชำแระเครื่องในมันดูกันดีกว่า

ตัวเครื่องมาในสไตล์ น่ารักๆ ทรง 4 เหลี่ยมจัตุรัสขอบมน ดูๆ ไปก็เหมือนกับกล่องดูทีวี อะไรประมาณนั้น ตัวที่ผมนำมาแนะนำนั้นเป็นสีฟ้าสดใส น่าใช้ดีครับ ตัดกับสีขาวที่ขอบยิ่งเพิ่มความโดดเด่น และความน่ารักเข้าไปอีก ใครที่ชอบขนาดเล็กๆ กะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก รวดเร็วละก็ ตัวนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าลองไม่น้อยเลยทีเดียว เอาไปวางที่ไหนก็เสริมความโดดเด่นให้กับโต๊ะทำงานได้อย่างดี

สเป็คของมันมีอะไรดีนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยครับ Bands IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, Transmit/Receive 2.4000-2.4835GHz, Power Switch WMM, Bandwidth Control, Wi-Fi Protected Setup Virtual Server, Port Triggering, UPnP, DMZ, Software DoS, SPI Firewall / IP Address Filter/MAC Address Filter/Domain Filter / IP and MAC Address Binding, Setup Access Control / Local Management / Remote Management
พอร์ต LAN 10/100Mbps RJ-45 1 Port, Micro USB Port 1 Port, IPv6 support CE, FCC, RoHS, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ขนาดเครื่อง 57 x 57 x18 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน, ราคา 635 บาท สนใจรีบจับจองครับ

300Mb Universal WiFi ‘TP-LINK’ (TL-WA850RE) Range Extender โดดเด่น เป็นหนึ่ง

เอกลักษณ์แห่งความงาม ผสานกับประสิทธิภาพที่ยากจะเลียนแบบ กลับมาพบกันอีกครั้งครับกับผมคนเดิม ที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารดีๆ มาตีแผ่ ให้ทุกท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดได้รู้กันแบบถึงพริก ถึงขิง และวันนี้ก็เช่นเคยครับ เป็น Universal WiFi ที่น่าจับตามอง ทั้งเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน และราคาที่พอรับไหว พร้อมแล้วให้คุณได้พิสูจน์กับประสิทธิภาพที่เกินคำบรรยาย ถ้าพร้อมแล้วเราก็เริ่มกันเลย

แรกเห็นก็หลงรักซะแล้วครับ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย มาในสไตล์ Modern เพียงแค่เสียบปลั๊ก ก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวนี้มาในโทนสีขาว สะอาดตา สวยงามมาก Logo TP-Link อยู่บริเวณด้านหน้าของเครื่อง พร้อมด้วยวงแหวนไฟแสดงสถานะการทำงาน เป็นการดีไซน์ที่ลงตัว ไร้ที่ติครับ สำหรับพอร์ตต่างๆ ที่ใช้งานนั้นถูกออกแบบให้อยู่ทางด้านล่างของอุปกรณ์ครับ ส่วนจะมีพอร์ตอะไรบ้างนั้นต้องติดตามอ่านกันต่อไปครับ แล้วจะรู้ว่ามันน่าสนใจขนาดไหน

ในส่วนของพอร์ตใช้งานเค้าให้พอร์ต 10/100M Ethernet Port (RJ45) มา 1 พอร์ตครับ มีปุ่มทีสำคัญสำหรับการใช้งานเช่น RE (Range Extender) Button, ปุ่ม Reset เครื่อง, Wireless Standards IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, เสากระจายสัญญาณสำหรับตัวนี้เราจะไม่เห็นเสาครับเพราะมันอยู่ข้างใน 2 เสา, Power Consumption ประมาณ 3W ไม่ค่อยจะกินไฟซักเท่าไหร่, Frequency 2.4~2.4835GHz, Wireless Modes Range Extender

Wireless Functions WMM (Wi-Fi Multimedia) / Wireless MAC Address Filtering / Wireless Statistic / Domain Login Function, ขนาดอุปกรณ์ 110.0 x 65.8 x 75.2mm, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90% รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,050 บาท

300Mb Wireless ADSL-2+ Router WLAN LINKSYS (X1000-AP) โดดเด่น มีสไตล์

นอกจากยี่ห้อ D-Link และ TP-Link อีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจคือ LINKSYS ยี่ห้อนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อหนึ่งที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว หากท่านใดที่เคยใช้ และเคยสัมผัสกับแบรนด์นี้มาจะรู้ว่าคุณภาพดีเลยทีเดียว ดังนั้นผมจึงไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารของเจ้าตัวนี้มาทำการแนะนำให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน เราจะมาดูกันว่ามันมีดีอะไรบ้าง และคุ้มค่าคุ้มราคาที่เราจะซื้อมาใช้หรือไม่ ตามผมเข้ามาดูด้านในได้เลยครับ

เริ่มจากรูปร่างหน้าตาของเจ้าตัวนี้กันก่อนครับ ตัวนี้มาในโทนสีดำด้าน โดดเด่นเป็นสไตล์ที่ยากจะเลียนแบบ รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า เกือบจะเป็น 4 เหลี่ยม จัตุรัสแล้วครับ ขอบมน คล้ายกับกล่องข้าวใน เซเว่น ดีๆ นี่เองครับ ด้านบนของตัวเครื่อง มีการสกรีน Logo ยี่ห้อ มีช่องระบายความร้อนด้านล่างของตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะต่างๆ อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง เป็นเครื่องที่มีการดีไซน์ที่สวยงามมากตัวหนึ่ง

สเป็คของเครื่องตัวนี้ไม่น่าเกลียดและไม่ถึงขั้นเทพอะไรครับ ให้ Ethernet LAN (10/100 Mbps) มา 3 Ports, Ethernet WAN (10/100 Mbps) ให้มา 1 Port, DSL 1 Port, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง 1 ปุ่ม, พอร์ต Power ไฟเลี้ยง 1 พอร์ต, IPv6 Native IPv6 and 6rd support, ขนาด 18 x 16.70 x 3.43 cm, Security สามารถสร้าง Password แยกกันได้เพื่อป้องกันระบบ Network, สามารถจำกัดเวลาในการเข้าใช้งานได้, วัดความเร็วในการเชื่อมต่อได้, มีการรับประกันสินค้า 1 ปี ด้านราคาเค้าเสนอมาให้ที่ 1,490 บาท ใครสนใจก็สามารถหามาทดสอบได้ครับ ราคาพอรับได้

ADSL2 Router TP-LINK (TD-8840T) เป็นหนึ่งด้านการรับประกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าทุกท่านคงจะสบายกันดี ช่วงนี้มักมีข่าวภัยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากมาย ยังไงก็ระวังตัวกันไว้บ้างก็ดีนะครับ แต่สำหรับท่านที่ไม่ได้ออกไปนอกบ้าน นั่งอยู่หน้าคอมฯ หาอ่านนู่น นี่ นั่นไปเรื่อย หรือกำลังมองหา Router สำหรับกระจายเครือข่ายเล่น Internet ในบ้าน วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้า Router ของค่าย TP-Link มาเล่าสู่กันฟังครับ ว่าแล้วเราก็ลองเข้าไปดูด้านในกันดีกว่า

ตัวนี้ออกแบบมาในรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า สีขาว ตัดกับดำ มาตรฐานของทาง TP-Link เลยก็ว่าได้ มีหลอดไฟ LED แสดงสถานะการทำงานที่ด้านหน้า เช่น สถานะ Power, Internet, ADSL และ การแสดงสถานะของพอร์ตที่กำลังทำงานอีก 4 พอร์ต เรียกได้ว่าเหลือเฟือเลยครับ ด้านสเป็คของเครื่องนั้นก็ไม่ธรรมดาครับ จัดเต็มมาให้แบบสุดๆ เช่นกัน มีพอร์ต RJ45 10/100Mbps 4 พอร์ต, RJ11 Port 1 Port, ช่องเสียบสาย Power, IEEE / Wireless Standards IEEE 802.3, 802.3u

Port Forwarding Virtual server, DMZ, ACL, VPN Pass-Through PPTP, L2TP, IPSec Pass-through, Security NAT Firewall, MAC /IP /Application/URL Filtering, ช่วงอุณหภูมิในการทำงาน 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, ขนาดของเครื่อง 165 x 108 x 28 mm
มีการรับประกันสินค้านานมากครับ เพราะเค้ารับประกันตลอดอายุไขของเครื่อง เรียกได้ว่า พังเมื่อไหร่ เปลี่ยนใหม่ไปเลย ไม่ต้องสนครับ ใช้ได้อย่างเต็มที่ ทางด้านของราคาเค้าเสนอมาให้ที่ 895 บาท ไม่น่าเชื่อครับว่าจะถูกใจ ขนาดนี้ ท่านใดที่ต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในบ้าน สำนักงานเล็ก ตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วท่านจะไม่ผิดหวัง

300Mb Wireless ADSL-2+ Router D-LINK (DSL-2750E) ดำเข้ม เต็มตัว

สุดยอด Router จากค่ายดัง ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ใครที่เป็นสาวก D-Link ไม่ควรพลาดบทความนี้ครับ สุดยอดจริงๆ นอกจากจะมีดีด้านการออกแบบความสวยงามแล้ว ประสิทธิภาพยังแจ่มสุดๆ ด้วย พูดแล้วจะหาว่าคุย โม้หรือเปล่า ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะมาชำแระเครื่องในของเจ้าตัวนี้ให้ท่านรู้จักกัน ใครสนใจก็ตามผมเข้ามาดูด้านในได้เลยครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ทุกคนตามข้าพเจ้ามา

การดีไซน์ รูปร่างหน้าตาของเจ้า Router ตัวนี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาครับ มาในโทนสีดำเงา สุดเท่ห์ ลักษณะเป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน มีการ Slope เหลี่ยมมุมได้อย่างสวยงาม โฉบเฉี่ยว โดนใจ ไฟแสดงสถานะต่างๆ ออกแบบให้อยู่ที่ด้านบนเครื่อง ทางด้านหน้าเครื่องนั้นเป็นช่องระบายความร้อนของเครื่อง ตัวนี้ออกแบบให้พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ทางด้านหลังของเครื่อง และสามารถกระจายสัญญาณได้โดยใช้เสา 2 เสา

สเป็คของเครื่องไม่ธรรมดาครับเริ่มจากพอร์ตด้านหลังดีกว่า เค้าให้พอร์ต LAN มา 4 พอร์ต (RJ-45) 10/100BASE-TX Ethernet ports with auto MDI/MDIX, DSL Port 1 Port (RJ-11), มีพอร์ต USB มาให้ 1 พอร์ต, WPS button (wireless on/off), Reset Button, Power Button และ Port ไฟเลี้ยง 12VDC IN เสากระจายสัญญาณ 5dBi 2 เสา, Transmit/Receive 2.4 GHz to 2.484G Hz, Wireless speed: up to 54Mbps (802.11G), 300Mbps (802.11n)3, Frequency: 2.4 GHz to 2.484G Hz, Multiple SSID

802.11e Wireless QoS (WMM/WME), WPA/WPA2 (Wi-Fi Protected Access), MAC address-based access control, IPv6 support CE / C-Tick / A-Tick, ขนาดของเครื่อง 180 x 118 x 42 mm, มีการรับประกันนานสุดๆ ครับ ตลอดอายุการใช้งานของเครื่อง สุดยอดจริงๆ ครับ ราคาอยู่ที่ 1,020 บาท

150Mb Wireless Router TP-LINK (WR741ND) ดีไซน์เฉียบ เนี๊ยบทุกมุมมอง

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยครับ หวังว่าทุกท่านคงจะสบายดีกันทุกคน สำหรับวันนี้ผมได้ไปทำความรู้จักกับ Wireless Router ของค่าย TP-Link ที่เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่าใช่ ด้วยการดีไซน์ รูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดสายตาอย่างมาก ทำให้ต้องลงไปทำความรู้จักในเชิงลึก อ่านสเป็คแล้วก็น่าลองเป็นอย่างยิ่ง สำหรับใครที่กำลังมองหา Wireless Router อยู่ละก็ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ด้านรูปร่างหน้าตาต้องยอมรับครับว่าเค้าออกแบบมาได้อย่างสวยงาม ประณีต ละเอียดมาก ตัวนี้มาในสไตล์ 4 เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน สีขาวตัดกับสีดำที่บริเวณไฟแสดงสถานะการทำงาน มีช่องระบายความร้อนรอบๆ ตัวครับ สำหรับตัวนี้เค้าออกแบบมาให้มี 1 เสา สำหรับกระจายสัญญาณ ไฟแสดงสถานะการทำงานออกแบบให้อยู่ทางด้านหน้า Logo อยู่ทางด้านบน และพอร์ตใช้งานต่างๆ อยู่ทางด้านหลังเครื่องครับ

สเป็คของเครื่องไม่ธรรมดาครับ เราลองมาดูกันที่ด้านหลังเครื่องกันดีกว่า เริ่มจากทางขวามือ จะเป็นเสากระจายสัญญาณ 5dBi ให้มา 1 เสา ถัดมาเป็น ปุ่ม Reset เครื่อง ต่อมาเป็นพอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 4 Ports, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 1 Port และสุดท้ายก็คือช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่องนั่นเองครับ Wireless Standard IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, Transmit/Receive 2.4000-2.4835GHz

Wireless Security: 64/128/152-bit WEP / WPA / WPA2,WPA-PSK / WPA2-PSK, Wi-Fi Protected Setup Virtual Server,Port Triggering, UPnP, DMZ, Software DoS, SPI Firewall / IP Address Filter/MAC Address Filter/Domain Filter, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ขนาดของเครื่อง 174 x 118 x 33 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,000 บาท

300Mb Wireless Router D-LINK (DIR-605L) สองเสา เจ้ายุทธจักร

สวยงามด้านการดีไซน์ ประสิทธิภาพมากมายในสไตล์ D-Link สุดยอด Wireless Router ที่ทุกคนอยากจับจองเป็นเจ้าของ ด้วยความสวยงามของรูปร่างหน้าตา บวกกับพลังแห่งความแรง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้า Wireless Router ตัวนี้จึงสะดุดตา สะดุดใจ ใครหลายคน สามารถใช้เป็นของประดับ ตกแต่งบนโต๊ะทำงานได้อย่างดี เพิ่มความหรูหราและความโดดเด่นอย่างไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้สัมผัส

เป็นหนึ่งในเรื่องของการดีไซน์จริงๆ ครับ รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า มีการตัดเหลี่ยม ลบขอบให้มน ผสานพลังกับความแรงของการกระจายสัญญาณด้วยเสากระจายสัญญาณ 2 เสา สุดเร้าใจ ตัวเครื่องมีสีดำ เข้ม เท่ห์ และดุดัน ทางด้านบนมีการสกรีน Logo ทางด้านของไฟแสดงสถานะนั้นออกแบบให้อยู่ทางด้านบน ส่วนช่องระบายความร้อนนั้นอยู่ทางด้านหน้าครับ ด้านหลังเครื่องจัดวางตำแหน่งของพอร์ตต่างๆ ได้ดี

สเป็คของเครื่องเริ่มจากพอร์ตใช้งานดีกว่า พลิกมาดูที่ด้านหลังเครื่องจะเห็นพอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 4 Ports, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 1 Port, Wireless Standard IEEE802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Transmit/Receive 2.4000-2.4835GHz, Wireless Security Wi-Fi Protected Access (WPA/WPA2) / WPS (PBC/PIN), เสากระจายสัญญาณ 5dbi 2 เสา, Wi-Fi Protected Setup Virtual Server, UPnP

Software Dual Active Firewalls – SPI and NAT, IPv6 support CE, FCC, Wi-Fi Certified, Wi-Fi Protected System (WPS) ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, ขนาดของเครื่อง 112 x 152 x 28 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน, ด้านราคาเค้าเสนอมาให้ที่ 720 บาท ใครที่กำลังเล็ง Wireless Router อยู่ก็รับไปพิจารณาด้วยครับ

300Mb Wireless Router LINKSYS (E1200-AP) รูปลักษณ์หรู ดูดี มีตระกูล

เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทางค่าย Linksys เลยก็ว่าได้ครับที่คลอดเจ้าตัวนี้ออกมา ด้วยการออกแบบรูปร่างหน้าตาที่ทันสมัย และโดดเด่นด้านการดีไซน์เป็นที่สุด ใครเห็นรับรองได้เลยครับว่าต้องอยากสัมผัส และอยากลองทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าตัวนี้อย่างแน่นอน และนอกจากจะมีดีด้านรูปร่างหน้าตาแล้ว พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ก็จัดมาให้อย่างครบครัน รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลายแบบ

ตัวเครื่องภายนอก ออกแบบในสไตล์ Modern Future สุดล้ำยุคครับ หากมองจากด้านบน รูปทรงแบบที่รองเม้าส์ 4 เหลี่ยมผืนผ้าดีๆ นี่เอง หากไม่สังเกตดีๆ พลิกไปดูด้านหลังก็จะไม่รู้ว่าเป็น Router ช่องระบายความร้อนของตัวเครื่อง อยู่ทางด้านข้างของเครื่อง ตัวนี้เราจะไม่เห็นเสากระจายสัญญาณครับเพราะว่ามันอยู่ข้างใน 2 เสา แต่เรื่องความแรงไม่ต้องห่วงเลย ด้านหลังของเครื่องเป็นที่อยู่ของพอร์ตใช้งานต่างๆ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

เริ่มต้นจากพอร์ต Ethernet ที่จัดเต็มมาให้มากถึง 4 Ports, ปุ่ม Reset เครื่อง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง, เสากระจายสัญญาณที่ออกแบบให้อยู่ภายในเครื่องถึง 2 เสา, ความถี่ 2.4 GHz Transmit / receive 2 x 2, Software setup CD Install, Cisco Connect software: Setup guest access / Manage parental controls / advanced network settings

OS compatibility: Windows, Mac, Internet browser requirements: Internet Explorer 7, Safari 4, or Firefox 3 or higher for optional browser-based configuration, มีการรับประกันสินค้านานถึง 1 ปีเต็ม ราคา 1,390 บาท หากท่านใดที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อ LINKSYS แล้วติดใจ ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ เค้าแนะนำครับ

300Mb Wireless ADSL-2+ Router TP-LINK (TD-W8968) สองเสา เพื่อความแรง

หลังจากหายหน้าหายตาไปนานเป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าทุกท่านคงจะสบายกันดีนะครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้า Router จากค่าย TP-LINK แรกเริ่มเดิมทีที่เห็นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือดึงดูดสายตาเท่าไหร่ครับ แต่พอได้ทำความรู้จักมากขึ้นแล้วเริ่มเห็นว่าน้องเค้ามีของครับ ประสิทธิภาพที่น่าสนใจ และน่าลองอย่างมาก ว่าแล้วเราก็ลองเข้าไปทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้กันดีกว่า ถ้าพลาดแล้วเสียดายนะครับ

รูปร่างหน้าตาออกแบบมาให้เหมือนยานอวกาศเลยครับ เก๋ไก๋ดีจัง รุ่นนี้มีเสากระจายสัญญาณมาให้ 2 เสาครับ แรงอย่างไม่ต้องสงสัย โทนสีขาว สะอาดตาดีมาก ตั้งบนโต๊ะทำงานดูดีครับ หรูหรา ช่องระบายความร้อนออกแบบให้อยู่ทางด้านบนของตัวเครื่อง เช่นเดียวกับไฟแสดงสถานะการทำงาน ของเครื่องที่อยู่ทางด้านบนเช่นเดียวกัน ด้านหลังเครื่องมีพอร์ตสำหรับใช้งานอีกมากมาย ซึ่งเราจะบรรยายในส่วนถัดไปครับ

เราลองมาดูสเป็คกันบ้างครับ เริ่มต้นจาก พอร์ตไฟเลี้ยง 12VDC/1A 1 Port, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่ม reset เครื่อง, USB 2.0 1 Port, RJ11 1 Port, พอร์ต LAN 10/100Mbps RJ45 4 Ports, เสากระจายสัญญาณ 5dBi 2 เสา, IEEE / Wireless Standards IEEE 802.11b, 802.11g, 802.11n, Frequency 2.400-2.4835GHz, Wireless Functions รองรับ 64/128 bit WEP, WPA-PSK/WPA2-PSK, Wireless MAC Filtering, Port Forwarding Virtual server, DMZ, ACL
VPN Pass-Through PPTP, L2TP, IPSec Pass-through, Advanced Features Ethernet WAN (EWAN), Guest Network, Wireless Schedule, Parent Control, Network Address Translation (NAT), PVC/Ethernet Port Grouping, Security NAT Firewall / SPI Firewall / MAC / IP / Packet / URL Filtering, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,790 บาท

450Mb Wireless N Gigabit ADSL-2+ Router LINKSYS (X3500-AP) แรงเร็ว ทะลุมิติ

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะครับ กับผมคนเดิมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารในวงการ IT มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน สำหรับวันนี้ก็เช่นเคยครับ ผมได้นำเอา Router จากค่าย LINKSYS มาทำการรีวิว เราจะมาดูกันว่าทำไมมันจึงเป็นที่หมายตา ของใครอีกหลายคน ด้วยการดีไซน์ และ ประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่จัดมาให้แบบเต็มๆ สุดๆ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รัก ให้หลงอย่างไรได้ละเนี่ย ว่าแล้วเราก็เดินเข้ามาดูด้านในกันดีกว่าครับ เผื่อจะเห็นอะไรดีๆ

การออกแบบของเครื่องตัวนี้ทำออกมาได้น่ารักดีครับ รูปทรงคล้ายกล่องข้าวใน 7/11 เลย 4 เหลี่ยมขอบมน มีช่องระบายความร้อนอยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ด้านบน ส่วนทางด้านหลังนั้นเป็นที่สิงสถิตของพอร์ตใช้งานต่างๆ ที่จำเป็นครับ ตัวนี้ออกแบบในโทนสีดำด้าน ให้ความรู้สึกเท่ห์ แบบมีสไตล์ วางไว้บนโต๊ะ ไม่ต้องกลัวเชยครับ ออกจะหรูด้วยซ้ำไป ส่วนสเป็คจะแรงแค่ไหน เราไปอ่านกันต่อครับ

พอร์ตที่จำเป็นต่างๆ จัดมาให้อย่างครบถ้วน อาทิ เช่น DSL จัดเต็มมา 1 Port, Gigabit WAN ให้มา 1 Port, Gigabit LAN ให้มา 1 Port, มีพอร์ต USB 2.0 ให้มาอีก 1 Port, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง 1 ปุ่ม, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง 1 ช่อง Transmit/Receive 2.4GHz and 5GHz, Bands IEEE 802.11a, IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, มีการรับประกันสินค้านานถึง 1 ปีเต็มๆ ถึงจะสู้เรื่องการรับประกันไม่ได้ แต่ก็มีดีที่จุดอื่นครับ ทางด้านราคาเสนอมาให้ที่ 4,600 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพที่จะได้รับแล้ว คุ้มค่าแน่นอนครับ