150Mb Wireless Router SMC (SMCWBR14S-N5) ขาวใส ไม่ใส่สี

ครับจากชื่อเรื่องก็น่าจะเดากันออกนะครับ ว่าเจ้า Router ตัวนี้มาในสไตล์ไหน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ที่ออกไปทาง ใส เรียบๆ น่าใช้ ไม่ว่าจะเอาไปวางตรงไหน มุมใดของโต๊ะทำงานก็เข้ากันเป็นอย่างดี และนอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยงามแล้วด้านประสิทธิภาพการทำงานก็ใช่ย่อยครับ ส่วนจะเจ๋งเป้งขนาดไหนนั้นต้องติดตามชมกันต่อไปครับ แล้วจะรู้ว่าของดีราคาโดนมันเป็นอย่างไร ตามผมเข้ามาดูด้านในได้เลยครับ

ด้านรูปทรงภายนอกนั้นสวยงามอย่าบอกใครครับ เป็นทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน รูปทรงคล้ายข้าวกล่อง มาในโทนสีขาว สะอาดตา เหมาะที่จะนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน เพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดี Logo SMC สกรีนอยู่ทางด้านบนของตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่บริเวณขอบของเครื่อง สำหรับตัวนี้มีเสากระจายสัญญาณอยู่ 1 ต้น และพอร์ตสำหรับใช้งานต่างๆ ออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังของเครื่องนั่นเอง

เริ่มจากทางซ้าย มีช่องสำหรับเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง และถัดมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 1 Port, พอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มามากมายครับ เหลือกินเหลือใช้ 4 Ports, และสุดท้ายเป็นตำแหน่งของเสากระจายสัญญาณ 5 dBi 1 เสา, Wireless Standard IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Transmit/Receive FCC: 2412-2462 MHz (Ch1~Ch11) / ETSI: 2412-2472 MHz (Ch1-Ch13)

Wi-Fi Protected Setup Virtual server, DMZ, Software NAT firewall with SPI, Access control / MAC filter / ALG management / DMZ host, Setup EZ Installation Wizard, Web-based management interface (HTTP), ขนาดเครื่อง 186.2 x 109.41 x 30.2 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปีเต็ม, ด้านราคาเสนอมาให้ที่ 750 บาท

300Mb Wireless ADSL-2+ Router TP-LINK (TD-W8961ND) มือหนึ่ง ของเร้าท์เตอร์

หากจะพูดถึง All in one Router ที่เป็นหนึ่ง ได้รับการยอมรับจากหลายคนที่ใช้งาน มีการรับประกันที่ยาวนาน และสินค้ามีคุณภาพสูงสุด คงจะหนีไม่พ้น Router ของค่าย TP-LINK เป็นแน่แท้ และวันนี้ผมมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักกับเจ้า Wireless ADSL-2+ Router TP-LINK และก็ไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารมาทำการแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ว่าแล้วเราก็เข้าไปดูด้านในกันดีกว่าครับ รับรองได้ว่าตัวนี้ถูกใจหลายคนอย่างแน่นอน

รูปร่างหน้าตาของเจ้าตัวนี้ออกแบบมาในโทนสีขาว / เทา เรียบๆ หรูๆ ดูดีมากมายครับ ตัวนี้มีเสา 2 เสาครับ กระจายสัญญาณได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย ไฟแสดงสถานะต่างๆ ของเครื่องออกแบบให้อยู่บริเวณด้านบนของเครื่อง และที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องคือช่องระบายความร้อนด้านบนเครื่อง ออกแนว Abstract art ทำได้ Modern มากครับ รูปทรงของเครื่องเหมือนยานอวกาศครับ สวยดี และดีไซน์เฉียบแบบนี้ น่าลอง

สเป็คของเครื่องเป็นอย่างไร เรามาดูกันบ้าง พอร์ตใช้งานอยู่ทางด้านหลังเครื่อง เริ่มจาก Power Supply 9VDC/0.85A 1 Port, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่ม Reset เครื่อง, พอร์ต LAN 10/100Mbps RJ45 4 Ports, พอร์ต RJ11 1 Port, Antenna 3dBi ให้มา 2 เสาครับ, IEEE / Wireless Standards IEEE 802.11n, 802.11g, 802.11b, Frequency 2.400-2.4835 GHz, Wireless Functions Wireless Security, Port Forwarding Virtual server, DMZ, ACL(Access Control List)
VPN Pass-Through PPTP, L2TP, IPSec Pass-through, Security NAT Firewall, SPI Firewall, MAC / IP / Packet / Application / URL Filtering, Denial of Service(DoS), SYN Flooding, Ping of Death, ช่วงอุณหภูมิ ในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, ขนาดเครื่อง 195 x 130 x 35 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,230 บาท

300Mb Wireless N Gigabit ADSL-2+ Router ASUS (ADSL-N55U) เอกลักษณ์ ที่ยากจะลืม

สวัสดีครับทุกท่าน เหล่าคอ IT ทั้งหลาย วันนี้ผมได้นำเอา Router จากค่าย ASUS มาแนะนำให้ท่านได้ทำความรู้จักกัน เห็นว่าหน้าตา รูปร่าง สวยงามมากเลยทีเดียว การดีไซน์ทำให้เนี๊ยบมากๆ เห็นครั้งแรก ก็สะดุดตา สะดุดใจ อยากทำความรู้จักขึ้นมาทันที ยิ่งได้สัมผัสกับสเป็คของเครื่องแล้วต้อง เรียกได้ว่าหลงเลยครับ ใครที่เป็นสาวก ASUS อยู่ละก็ แนะนำให้อ่านบทความรีวิวตัวนี้อย่างเร็วครับ เพราะถ้าพลาดเจ้าตัวนี้ไปแล้วไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่

การออกแบบโครงสร้าง รูปร่างหน้าตา สวยงาม โดดเด่น ไม่เป็นรองใคร มาในสไตล์ 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบเหลี่ยมชัดเจน ไม่มีการลบเหลี่ยมกันอย่างแน่นอน ไฟแสดงสถานะการทำงานออกแบบให้อยู่บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับเสากระจายสัญญาณ ตัวนี้ให้มา 3 เสา แรงสุดติ่ง พอร์ตใช้งานต่างๆ อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ลวดลายบนตัวเครื่องออกแบบให้เป็นลายทแยงมุม สุดจี๊ด เข้ากันสุดๆ ครับ

สเป็คของเครื่องจะแรงเร็วแค่ไหน เรามาดูกันครับ พอร์ตที่สำคัญเช่น LAN 10/100/1000 Mbps RJ45 ให้มา 4 Ports, RJ11 Port ให้มา 1 Port, USB 2.0 2 Ports, ปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง 1 ปุ่ม, ปุ่ม Reset เครื่อง 1 ปุ่ม, Transmit/Receive 2.4GHz 5GHz, เสากระจายสัญญาณ 3 เสา, Software 64-bit WEP, 128-bit WEP, WPA2-PSK, WPA-PSK, WPA-Enterprise, WPA2-Enterprise, Radius with 802.1x, WPS support

Setup Web-based GUI configuration Firmware upgraded, AC Input 100 – 240 V (50 – 60HZ), IPv6 support CE, C-Tick, Telepermit, IDA, PCT, Wi-Fi, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ (-10) – 50 องศาเซลเซียส ขนาด 207 x 148.8 x 35.5 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 5 ปีเต็ม, ราคา 3,990 บาท สนใจรีบจับจอง

150Mb Wireless Router D-LINK (DIR-600) แนวตั้ง อลังการ

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับ Router จากค่าย D-LINK และเห็นว่า Design การออกแบบของมันเข้าท่าดีครับ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางตัวเครื่องจาก การวางในแนวราบกับพื้น กลายเป็นแนวตั้งแทน และก็ทำให้ดีครับ สวยมากๆ หากเอาไปตั้งบนโต๊ะทำงานแล้วดูเก๋ไก๋ขึ้นมาเลยทันที นอกจากจะเป็น Router แล้วยังเป็นเครื่องประดับโต๊ะทำงานได้อีกด้วย น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมละครับ เอาละเราเข้าไปดูรายละเอียดกันดีกว่า

รูปร่างของเครื่องออกแบบให้เป็นทรง 4 เหลี่ยม ผืนผ้า ไม่มีการลบเหลี่ยมครับ การจัดวางบนโต๊ะ จะเอาด้านยาวของ 4 เหลี่ยมผืนผ้าเป็นฐานตั้งครับ ตัวเครื่องมาในโทนสีขาว สะอาดตา เรียบหรู ดูดีมาก ช่องระบายความร้อนออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังและด้านบนตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานและ Logo D-Link อยู่ทางด้านหน้าของเครื่อง พอร์ตสำหรับใช้งานอยู่ทางด้านหลังเครื่องครับ จัดวางตำแหน่งพอร์ตได้อย่างลงตัว

สเป็คของเครื่องเริ่มจาก พอร์ต LAN ที่ให้มามากถึง 4 พอร์ต เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับการกระจายเครือข่ายครับ ด้านข้างของพอร์ต LAN จะมี พอร์ต Modem จัดมาให้ 1 พอร์ต ถัดมาจะเป็น Reset Button สำหรับเวลาที่เราต้องการรีเซ็ตค่าต่างๆ เป็นค่าแบบ Default หรือค่าเริ่มต้นนั่นเองครับ ถัดมาเป็นช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่องครับ และถัดมาก็จะเป็นปุ่ม เปิด-ปิดเครื่องนั่นเอง ป้ายแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก็อยู่ทางด้านหลังนี้เองครับ

Transmit/Receive 150 Mbps 2.4 GHz, IEEE 802.11n (draft) Wireless LAN specification, Backward compatible with 802.11g wireless networks, Software Built-in NAT firewall / Support for 802.1X RADIUS / Stateful Packet Inspection รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 465 บาท

UPS 500VA APC BE500R-AS สุดยอดแหล่งสำรองไฟรุ่นเล็ก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากห่างหายกันไปนาน และผ่านเทศกาลสงกรานต์กันไป หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความสุขกันอย่างเต็มอิ่ม และชาร์จแบตเตอรี่กันมาเต็มแล้วใช่ไหมครับ สำหรับวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันเบาๆ ที่ผมจะนำเอาข้อมูลข่าวสารสินค้าไอทีมาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน สำหรับชุดนี้จะเป็นตัวสำรองไฟ หรือที่รู้จักกันในนาม UPS นั่นเองครับ ใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ต้องติดตามซีรี่ย์นี้ครับ อย่าพลาดเด็ดขาด

สำหรับตัวนี้เป็น UPS จากค่ายดัง APC ที่รูปร่างหน้าตาดูแล้วสวยงาม น่าใช้ครับ ต้องขอบอกก่อนว่าตัวนี้เป็นรุ่นเล็กครับ ลักษณะเป็นปลั๊กแบบรางเดี่ยว มีที่เสียบปลั๊กจัดมาให้ 3 แถว ดีไซนตัวนี้มาในโทนสีดำ เข้ม เท่ห์ สุดๆ มี Logo APC บริเวณด้านซ้ายบนของตัวปลั๊ก มีช่องเสียบสายไฟ Power ด้านมุมขวาล่างมีสวิทช์เปิดปิดปุ่มเล็กๆ น่ารักดีครับ ใครที่ไม่ได้ต้องการ UPS แบบ อลังการมากมายนัก ตัวนี้นับได้ว่าเป็นตัวที่น่าสน

เราลองมาดูด้านสเป็คของเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ ว่าจะแรงแค่ไหน วัตต์ของตัวนี้อยู่ที่ 300 Watts / 500 VA, ขนาด 27.3 x 17.4 x 9.6 cm, น้ำหนัก 6.5 Kg, สายไฟยาว 1.83 m, Input voltage range for main 165 – 266V, Maximum Input Current 7A, Input Breaker Capacity 7.0 A, แบตเตอรี่แบบแผ่นธาตุตะกั่ว, ระยะเวลาในการชาร์จ 24 hour, Port ใช้งานให้มา 3 Port, มีการรับประกันสินค้า 2 ปี สุดยอดครับ ราคาเสนอมาที่ 1,950 บาท สำหรับตัวนี้นับได้ว่าคุ้มค่ามากครับสำหรับรุ่นเล็ก

UPS 850VA SYSTEM เต็มตัว เต็มพลัง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกท่าน หวังว่าทุกท่านจะสบายดีกันทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องสำรองไฟจากค่าย System และเห็นว่าราคาไม่หนัก ประสิทธิภาพระดับกลาง พอรับได้ ก็เลยไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูล ข่าวสาร ดีๆ มาฝากเพื่อนๆ กัน เราจะมาดูกันว่าตัวนี้มีคุณสมบัติอะไรที่น่าสนใจบ้าง และสเป็คของเครื่องเป็นอย่างไร หากทุกท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้า UPS ตัวนี้แล้วละก็ ตามผมเข้ามาด้านในได้เลยครับ

เริ่มต้นจากตัวบอดี้ของเครื่อง ที่ออกแบบมาให้เป็นรูปทรง 4 เหลี่ยม ผืนผ้าแนวนอน มาพร้อมกับโทนสีดำ คาดเหลือง ให้ความโดดเด่นยามพบเห็น ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถูกออกแบบให้อยู่ด้านหน้าเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีไฟแสดงสถานะการใช้งานแบบ LED อีก 2 ดวง เหนือสวิทช์เปิด-ปิด พลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นพอร์ตสำหรับใช้งานมากมายครับ อาทิเช่น ปลั๊กไฟเข้า, ปลั๊กสำรองไฟ, ปลั๊กป้องกันแรงดันสูงม, ปลั๊กสำหรับเครื่องเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ นอกจากนั้นยังมีระบบป้องกันไม่ให้จ่ายแบตเตอรี่เมื่อมีแรงดันต่ำด้วย

ด้านสเป็คก็ใช่ย่อยครับ AC INPUT 220 Vac 1 Phase 50 Hz 3.36A, AC OUTPUT 220 Vac 1 Phase 50 Hz 1.36A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) AC INLET AS-08, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) UNIVERSAL SOCKET, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) UNIVERSAL SOCKET, ขนาดของเครื่อง 95 x 160 x 325 mm, น้ำหนัก 4.45 kg, Indicator & Audible Alam/ Protection Short circuit & Overload, Surge Tel Line, Surge For Laser Printer, มีการรับประกันสินค้า 2 ปีเต็ม ราคาอยู่ที่ 1,760 บาท

น้ำนมช่วยฟื้นฟูผิวไหม้เสียจากแสงแดด

น้ำนมช่วยฟื้นฟูผิวไหม้เสียจากแสงแดด

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการอาบผิวด้วยน้ำนมหรือบางท่านก็คงเคยทำกันบ้างแล้ว เพราะในน้ำนมมีสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่หลายชนิดในการช่วยบำรุงผิวพรรณ และสำหรับใครที่ผิวมีอาการไหม้เสียจากการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน คุณก็สามารถใช้น้ำนมในการช่วยบำบัดผิวได้เช่นกัน แต่เราคงไม่จำเป็นจะต้องถึงขั้นอาบน้ำนมกันเลยก็ได้นะคะ เพราะแบบอาจจะค่อนข้างสิ้นเปลือง แต่จะมีขั้นตอนในการทำดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนในการบำบัดผิวด้วยน้ำนม
เทนมสดใส่ภาชนะควรเลือกเป็นแบบนมสดรสธรรมชาติจะดีที่สุด จากนั้นใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มลงไปในน้ำนมแล้วนำมาประคบผิวที่ไหม้เสียจากแสงแดดใครจะใช้ประคบผิวหน้าด้วยก็ได้เช่นกัน หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือใครจะปล่อยทิ้งไว้จนแห้งก็ไม่ว่ากัน พอทิ้งไว้จนพอใจแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วทำความสะอาดผิวตามขั้นตอนปกติ เพียงเท่านี้น้ำนมก็จะช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำหรือผิวไหม้แดดให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น แต่วิธีนี้อาจจะไม่ได้หายกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำแต่ผิวจะค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในช่วงแรกจึงควรหมั่นทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยสูตรนี้คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะน้ำนมเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อทุกผิวพรรณ

ใครที่มีผิวคล้ำเสียหรือผิวไหม้เกรียมจากแสงแดด เพียงคุณประคบผิวด้วยน้ำนมเป็นประจำก็รับรองได้เลยว่าในเวลาไม่นานผิวของคุณก็จะค่อยๆ ปรับสภาพกลับมาสวยสดใสและอ่อนนุ่มชุ่มชื่นได้ดังเดิมอย่างแน่นอนค่ะ

UPS 550VA APC BR550GI (LCD) แหล่งสำรองไฟ ที่หลายคนใฝ่ฝัน

สวัสดีครับท่านผู้อ่านคอไอทีทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งกับผมคนเดิมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสาร อุปกรณ์ไอที มาทำการแนะนำ รีวิว ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน สำหรับวันนี้ก็เช่นเคยครับ ผมมี UPS มาทำการรีวิว เรามาดูกันว่าเจ้าตัวนี้มีอะไรดีบ้าง และ APC ออกตัวนี้มาด้วยราคาไม่ถึง 5,000 นับได้ว่าคุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ หากท่านใดที่กำลังมองหา UPS สักตัวที่เป็นระดับกลางอยู่ละก็ ตัวนี้ก็น่าสนใจครับ เราลองเข้าไปดูข้างในกันดีกว่า

ตัวบอดี้ของเครื่องที่ผมนำมารีวิวนี้ออกแบบมาในโทนสีดำครับ ให้ความรู้สึกเท่ห์ น่าค้นหา และลึกลับ รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวในแนวนอน มาตรฐาน UPS ปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง และปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ จะอยู่ด้านหน้า-บน บริเวณขอบของตัวเครื่อง ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อน เช่นเดียวกับด้านบน พลิกมาดูด้านหลังจะเห็นช่องเสียบสายไฟ 6 ช่อง ฟิวส์ และ Dato Port อีก 1 ช่อง เค้าจัดมาให้อย่างเต็มที่เลยก็ว่าได้ครับ

สเป็คของเจ้าตัวนี้น่าสนครับ Rated Capacity 330 Watts / 550 VA, Nominal Input Voltage 230V, Input Frequency 50/60 Hz, Input Connections IEC-320 C14, Input voltage range 176 – 282V, Maximum Input Current 6A, Input Breaker Capacity 7.0 A, แบตเตอร์รี่แบบแผ่นธาตุตะกั่ว มีการป้องกันการรั่วไหลของสารในแบตเตอร์รี่, ระยะเวลาในการชาร์จ 12 ชม., Output Frequency 50 Hz, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปี ของเค้าดีจริงๆ ด้านราคาเค้าเสนอมาที่ 4,300 บาท ท่านใดที่กำลังมองหาก UPS ระดับกลาง และพอมีงบก็สามารถหามาลองได้ครับ

UPS 1100VA ETECH ezy ประสิทธิภาพเป็นเยี่ยม เสถียรเป็นยอด

หลังจากที่ผมได้ทำการรีวิว UPS จากค่าย Etech ไปก่อนหน้านี้ สำหรับตัวนี้จะเป็นตัวที่ใหญ่กว่า สำหรับท่านที่ต้องการ UPS ที่จ่ายไฟมากขึ้นสักหน่อย ตัวนี้รับรองว่าตอบโจทย์อย่างแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งานที่ง่ายสะดวก รูปลักษณ์การดีไซน์ที่สวยงาม และประสิทธิภาพการทำงานที่เสถียร นับได้ว่าครบครัน สำหรับ UPS ระดับกลางตัวนี้ เราเข้าไปดูรายละเอียดของอุปกรณ์ตัวนี้กันดีกว่า เผื่อจะมีใครสนใจบ้าง

ด้านรูปร่างนั้นเค้าออกแบบมาให้เป็นสไตล์ปลั๊กรางเดี่ยว โทนสีที่ทำมาเป็นโทนสีเทาเข้ม มี Logo Etech อยู่บริเวณด้านหน้า พร้อมด้วยชื่อรุ่น Ezy ด้วย สำหรับเจ้าตัวนี้มีช่องสำหรับเสียบสายอยู่ 4 ช่อง ครับ เพียงพอต่อการใช้งานอย่างแน่นอน และยังมีช่องที่สามารถต่อเข้ากับคอมฯ โดยตรงอีก 2 ช่อง อำนวยความสะดวกสบายให้กับการใช้งานจริงๆ ปุ่มเปิด-ปิดและไฟแสดงสถานะอยู่ข้างๆ กันครับ ด้านข้างของเครื่องจะมีช่อง Line in / Line out และ USB Port มาด้วย

สเป็คของเครื่องมีอะไรบ้างเรามาดูไปพร้อมๆ กันครับ Rated Capacity 1100VA/490W สำหรับรุ่นนี้เป็น UPS แบบ Line Interactive with stabilizer, ควบคุมการทำงานด้วย Microprocessor, มีดวงไฟ LED แสดงผลสถานะ Normal, Battery, Fault, เปลี่ยนแบตเตอรี่ง่ายๆ ครับ ใช้เพียงมือเปล่า (Hot Swaps Battery), ช่องเสียบไฟ Universal 4 ช่องพร้อมม่านนิรภัยกันไฟดูด

ช่องเสียบไฟคอมพิวเตอร์โดยตรงแบบ IEC-320, ฟิวส์แบบ Reset ได้, สำรองไฟประมาณ 20-40 นาที, รับประกัน 2 ปีเต็ม ซ่อมฟรีทุกรายการ ราคาเสนอมาให้ที่ 1,900 บาท ท่านใดที่ชอบดีไซน์แปลกใหม่ และไม่ได้ต้องการสำรองไฟมากมายอะไร ตัวนี้ก็นับได้ว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ

UPS 1000VA APC BX1100CI-MS พี่ใหญ่แห่งวงการ

ใครที่กำลังมองหาก UPS หรือที่รู้จักกันดีในนามของ เครื่องสำรองไฟ อยู่ละก็ ต้องอ่านบทความนี้ครับ เพราะถ้าท่านพลาดบทความรีวิวนี้ไป ท่านอาจจะต้องเสียใจ และเสียดายอย่างแน่นอน ตัวนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างดี จากค่าย APC ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเทพสุดๆ ดูภายนอกแล้วแข็งแรง บึกบึนมากมายครับ ท่านใดที่พบจะมีงบประมาณสักหน่อย แนะนำว่าถอยตัวนี้ออกมา ไม่เสียใจอย่างแน่นอน เพราะของเค้าดีจริง เราเข้าไปดูด้านในกันดีกว่า

เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบมาในสไตล์ เรียบๆ หรู มีระดับ ไม่ต้องเยอะครับ ทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า จัดวางในแนวนอนตามมาตรฐานของ UPS ทั่วไป ปุ่มสวิทช์เปิด-ปิดอยู่ทางด้านหน้า ต่ำกว่าไฟแสดงผลการทำงานแบบ LED ส่วนทางด้านของ Logo APC ก็เช่นเคยครับ อยู่ทางด้านล่างสุด พลิกมาดูด้านหลังจะเห็น ช่องเสียบสาย Power และช่อง Battery Backup อีก 6 ช่อง เรียกได้ว่าจัดเต็มสุดๆ พร้อมด้วยฟิวส์แบบตะเกียบอีก 1 ตัว

สเป็คของเครื่องตัวนี้ไม่ธรรมดาครับ ด้วย Rated Capacity 660 Watts / 1100 VA, Voltage 230V, AC INPUT 230V, AC OUTPUT 230V, ขนาด 13 x 33.6 x 21.5 cm, น้ำหนัก 12 kg, Nominal Input Voltage 230V, Input Frequency 50/60 Hz, Input Connections IEC-320 C14 / NEMA 5-15P, ความยาวของสายไฟ 1.22 เมตร, Input voltage range 150 – 280V

Maximum Input Current 5A, แบตเตอร์รี่แบบแผ่นธาตุตะกั่ว มีการป้องกันการรั่วไหลของสารในแบตเตอร์รี่, ระยะเวลาในการชาร์จ 8 ชม. Output Connections IEC 320 C13 (Battery Backup) 2 ช่อง / Universal Receptacle (Battery Backup) 4 ช่อง, Output Frequency 50/60Hz, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม, ราคาอยู่ที่ 5,500 บาท