300Mb Wireless Router TP-LINK (WR843ND) AP/Client ชื่อดัง ดีกรีหนัก

ตั้งชื่อเริ่มต้นก็รู้สึกเมามึนแล้วครับ สุดยอดแห่ง Router ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการรับประกันสินค้าที่ยาวนานตลอดการใช้งานครับ หากใครที่ต้องการ Wireless Router ที่คุณภาพดี ราคาพอรับได้ และไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานในระยะยาวแล้วละก็ ตัวนี้ถือว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และน่าลงทุนซื้อเป็นอย่างยิ่ง ว่าแล้วเราก็ลองมาดูรายละเอียด และสเป็คของเครื่องตัวนี้กันดีกว่าครับ รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน

ตัวบอดี้ของเครื่องตัวนี้ ออกแบบมาในสไตล์ Modern Future ดีไซน์ล้ำยุคสุดๆ ครับ รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน ขึ้นลายร่องลึกเป็นเส้นรอบรูป ออกแบบให้มีเสากระจายสัญญาณ 2 เสา กระจายสัญญาณแรงไม่ต้องห่วง Logo TP-Link ถูกสกรีนติดที่บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง เห็นได้อย่างชัดเจน ทางด้านไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ทางด้านบนเช่นเดียวกัน ด้านหลังของเครื่องเป็นพอร์ตต่างๆ สำหรับการใช้งาน ที่วางตัวในแนวนอน

สเป็คของเครื่องเราจะเริ่มจาก พอร์ต 10/100Mbps LAN มอบให้ 4 Ports, 10/100Mbps WAN ให้มา 1 Port, Operation Mode Switch, ปุ่ม Reset เครื่อง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง, เสากระจายสัญญาณ 5dBi ให้มา 2 เสา Wireless Standards: IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, Frequency: 2.4-2.4835GHz, Wireless Modes: Client Router / Router, Wireless Functions: Enable/Disable Wireless Radio, WDS Bridge, WMM, Wireless Statistics

Wireless Security: 64/128/152-bit WEP, WPA / WPA2, WPA-PSK / WPA2-PSK, Port Forwarding: Virtual Server,Port Triggering, UPnP, DMZ, Firewall Security: DoS, SPI Firewall / IP Address Filter/MAC Address Filter/Domain Filter / IP and MAC Address Binding, ขนาดเครื่อง 192 x 130 x 33 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน, ราคา 1,740 บาท

UPS 1000VA LINE THAI ตัวเจ๋ง ตัวใหญ่ ไทยทำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไอทีทุกท่าน วันนี้ผมได้ไปทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องสำรองไฟ หรือที่เราเรียกกันว่า UPS จากค่าย Line Thai และก็ไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูล ข่าวสาร สเป็คของเครื่องสำรองไฟตัวนี้มาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน เราจะมาดูกันว่า นอกจากการดีไซน์ที่สวยหรู เป็นเอกลักษณ์แล้ว ด้านประสิทธิภาพจะดีเพียงใด และราคาพอรับไหวหรือไม่ วันนี้แหละครับ ทุกท่านจะได้รู้กันไปพร้อมๆ กัน ตามข้าพเจ้ามาด้านในได้เลยครับ

การดีไซน์ของตัวเครื่องสำรองไฟ นั้นทำได้สวยงามครับ ด้านหน้าของเครื่องออกแบบให้มีลายกระหนก เอกลักษณ์ของไทย ตัวเครื่องตัวนี้ออกแบบให้เป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า วางแนวนอน ทางด้านสีของเครื่อง เค้าให้มาเป็นสีดำเข้ม ดูแล้วเท่ห์ อย่างมีสไตล์ ยังไม่พอครับ ยังมีไฟแสดงสถานะการทำงาน ด้านหน้าเครื่อง 2 หลอด ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและ Logo Line Thai ก็อยู่ด้านหน้าเครื่องเช่นเดียวกัน ด้านหลังของเครื่องมีช่องเสียบสาย Power และปลั๊กสำหรับใช้งานอีก 4 ชุด พร้อมใช้งานครับ เราจะไปดูสเป็คของเครื่องกันบ้าง

เริ่มด้วย Rated Capacity 1000VA Line Interactive UPS, AC INPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 2.15 A, AC OUTPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 1.90 A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) 1 Port, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) 2 Ports, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) 1 Port, ขนาดของเครื่องสำรองไฟ 90 x 140 x 320 mm, น้ำหนักโดยประมาณของเครื่อง 5.2 kg, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม ราคา 1,890 บาท ไม่แพงเกินไป และไม่ถูกเว่อร์ครับ พอรับได้ และด้วยพอร์ตใช้งานที่ให้มาอย่างครบครัน น่าลองนะครับ

UPS 700VA TIGER เจ้าเสือตัวกลาง

หลังจากที่ผมได้ทำการรีวิวเครื่องสำรองไฟยี่ห้อ Tiger ไปตัวหนึ่ง เห็นว่าอาจจะมีคนสนใจตัวที่มีขนาดกลาง ดังนั้นผมจึงนำเอาเครื่องสำรองไฟจากค่ายนี้ สเป็ค และราคาแบบกลางๆ มาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้เสพความรู้กัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกเครื่องสำรองไฟที่เหมาะกับตัวเอง และเหมาะกับกำลังเงินในกระเป๋าด้วย หากท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องสำรองไฟตัวนี้แล้วละก็ ตามผมมาดูรายละเอียดของเจ้าตัวนี้ได้เลยครับ

ตัวบอดี้ของเครื่องรุ่นนี้ ออกแบบมาให้มีรูปทรงเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีการจัดวางในแนวนอน ตามมาตรฐานของเครื่องสำรองไฟทั่วไป ตัวนี้มาในโทนสีดำเข้ม ทั้งตัวครับตั้งแต่ด้านหน้า ไปจนถึงด้านหลัง สำหรับปุ่มเปิด-ปิดเครื่องถูกดีไซน์ให้อยู่ด้านหน้าเครื่อง เป็นสวิทช์เปิด-ปิดแบบคันกระดก นอกจากนั้นยังมีไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่องอีกด้วย Logo Tiger ก็อยู่ทางด้านหน้าเช่นกัน ส่วนทางด้านหลังเครื่องนั้น มีพอร์ตสำรองไฟ 2 ชุด, พอร์ตสำหรับเครื่องพริ้นต์ 1 พอร์ต (ไม่สำรองไฟ), พอร์ต Modem Line in / out อย่างละพอร์ต และฟิวส์อีก 1 ตัว

สเป็คของเครื่องตัวนี้เป็นยังไง เราลองมาดูไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ Rated Capacity 700VA Line Interactive UPS, AC INPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 4.09 A, AC OUTPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 1.39 A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) 1 Port, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) 2 Ports, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) 1 Port, ขนาดของเครื่อง 108 x 164 x 349 mm, น้ำหนักโดยรวมของเครื่องประมาณ 8 kg, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม ราคา 3,090บาท

150Mb Wireless Router SMC (SMCWBR14S-N5) ขาวใส ไม่ใส่สี

ครับจากชื่อเรื่องก็น่าจะเดากันออกนะครับ ว่าเจ้า Router ตัวนี้มาในสไตล์ไหน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ที่ออกไปทาง ใส เรียบๆ น่าใช้ ไม่ว่าจะเอาไปวางตรงไหน มุมใดของโต๊ะทำงานก็เข้ากันเป็นอย่างดี และนอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยงามแล้วด้านประสิทธิภาพการทำงานก็ใช่ย่อยครับ ส่วนจะเจ๋งเป้งขนาดไหนนั้นต้องติดตามชมกันต่อไปครับ แล้วจะรู้ว่าของดีราคาโดนมันเป็นอย่างไร ตามผมเข้ามาดูด้านในได้เลยครับ

ด้านรูปทรงภายนอกนั้นสวยงามอย่าบอกใครครับ เป็นทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน รูปทรงคล้ายข้าวกล่อง มาในโทนสีขาว สะอาดตา เหมาะที่จะนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน เพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดี Logo SMC สกรีนอยู่ทางด้านบนของตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่บริเวณขอบของเครื่อง สำหรับตัวนี้มีเสากระจายสัญญาณอยู่ 1 ต้น และพอร์ตสำหรับใช้งานต่างๆ ออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังของเครื่องนั่นเอง

เริ่มจากทางซ้าย มีช่องสำหรับเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง และถัดมาจะเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 1 Port, พอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มามากมายครับ เหลือกินเหลือใช้ 4 Ports, และสุดท้ายเป็นตำแหน่งของเสากระจายสัญญาณ 5 dBi 1 เสา, Wireless Standard IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Transmit/Receive FCC: 2412-2462 MHz (Ch1~Ch11) / ETSI: 2412-2472 MHz (Ch1-Ch13)

Wi-Fi Protected Setup Virtual server, DMZ, Software NAT firewall with SPI, Access control / MAC filter / ALG management / DMZ host, Setup EZ Installation Wizard, Web-based management interface (HTTP), ขนาดเครื่อง 186.2 x 109.41 x 30.2 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปีเต็ม, ด้านราคาเสนอมาให้ที่ 750 บาท

300Mb Wireless ADSL-2+ Router TP-LINK (TD-W8961ND) มือหนึ่ง ของเร้าท์เตอร์

หากจะพูดถึง All in one Router ที่เป็นหนึ่ง ได้รับการยอมรับจากหลายคนที่ใช้งาน มีการรับประกันที่ยาวนาน และสินค้ามีคุณภาพสูงสุด คงจะหนีไม่พ้น Router ของค่าย TP-LINK เป็นแน่แท้ และวันนี้ผมมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักกับเจ้า Wireless ADSL-2+ Router TP-LINK และก็ไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารมาทำการแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ว่าแล้วเราก็เข้าไปดูด้านในกันดีกว่าครับ รับรองได้ว่าตัวนี้ถูกใจหลายคนอย่างแน่นอน

รูปร่างหน้าตาของเจ้าตัวนี้ออกแบบมาในโทนสีขาว / เทา เรียบๆ หรูๆ ดูดีมากมายครับ ตัวนี้มีเสา 2 เสาครับ กระจายสัญญาณได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย ไฟแสดงสถานะต่างๆ ของเครื่องออกแบบให้อยู่บริเวณด้านบนของเครื่อง และที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องคือช่องระบายความร้อนด้านบนเครื่อง ออกแนว Abstract art ทำได้ Modern มากครับ รูปทรงของเครื่องเหมือนยานอวกาศครับ สวยดี และดีไซน์เฉียบแบบนี้ น่าลอง

สเป็คของเครื่องเป็นอย่างไร เรามาดูกันบ้าง พอร์ตใช้งานอยู่ทางด้านหลังเครื่อง เริ่มจาก Power Supply 9VDC/0.85A 1 Port, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่ม Reset เครื่อง, พอร์ต LAN 10/100Mbps RJ45 4 Ports, พอร์ต RJ11 1 Port, Antenna 3dBi ให้มา 2 เสาครับ, IEEE / Wireless Standards IEEE 802.11n, 802.11g, 802.11b, Frequency 2.400-2.4835 GHz, Wireless Functions Wireless Security, Port Forwarding Virtual server, DMZ, ACL(Access Control List)
VPN Pass-Through PPTP, L2TP, IPSec Pass-through, Security NAT Firewall, SPI Firewall, MAC / IP / Packet / Application / URL Filtering, Denial of Service(DoS), SYN Flooding, Ping of Death, ช่วงอุณหภูมิ ในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, ขนาดเครื่อง 195 x 130 x 35 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,230 บาท

300Mb Wireless N Gigabit ADSL-2+ Router ASUS (ADSL-N55U) เอกลักษณ์ ที่ยากจะลืม

สวัสดีครับทุกท่าน เหล่าคอ IT ทั้งหลาย วันนี้ผมได้นำเอา Router จากค่าย ASUS มาแนะนำให้ท่านได้ทำความรู้จักกัน เห็นว่าหน้าตา รูปร่าง สวยงามมากเลยทีเดียว การดีไซน์ทำให้เนี๊ยบมากๆ เห็นครั้งแรก ก็สะดุดตา สะดุดใจ อยากทำความรู้จักขึ้นมาทันที ยิ่งได้สัมผัสกับสเป็คของเครื่องแล้วต้อง เรียกได้ว่าหลงเลยครับ ใครที่เป็นสาวก ASUS อยู่ละก็ แนะนำให้อ่านบทความรีวิวตัวนี้อย่างเร็วครับ เพราะถ้าพลาดเจ้าตัวนี้ไปแล้วไม่รู้ว่าจะมาอีกเมื่อไหร่

การออกแบบโครงสร้าง รูปร่างหน้าตา สวยงาม โดดเด่น ไม่เป็นรองใคร มาในสไตล์ 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบเหลี่ยมชัดเจน ไม่มีการลบเหลี่ยมกันอย่างแน่นอน ไฟแสดงสถานะการทำงานออกแบบให้อยู่บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับเสากระจายสัญญาณ ตัวนี้ให้มา 3 เสา แรงสุดติ่ง พอร์ตใช้งานต่างๆ อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ลวดลายบนตัวเครื่องออกแบบให้เป็นลายทแยงมุม สุดจี๊ด เข้ากันสุดๆ ครับ

สเป็คของเครื่องจะแรงเร็วแค่ไหน เรามาดูกันครับ พอร์ตที่สำคัญเช่น LAN 10/100/1000 Mbps RJ45 ให้มา 4 Ports, RJ11 Port ให้มา 1 Port, USB 2.0 2 Ports, ปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง 1 ปุ่ม, ปุ่ม Reset เครื่อง 1 ปุ่ม, Transmit/Receive 2.4GHz 5GHz, เสากระจายสัญญาณ 3 เสา, Software 64-bit WEP, 128-bit WEP, WPA2-PSK, WPA-PSK, WPA-Enterprise, WPA2-Enterprise, Radius with 802.1x, WPS support

Setup Web-based GUI configuration Firmware upgraded, AC Input 100 – 240 V (50 – 60HZ), IPv6 support CE, C-Tick, Telepermit, IDA, PCT, Wi-Fi, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ (-10) – 50 องศาเซลเซียส ขนาด 207 x 148.8 x 35.5 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 5 ปีเต็ม, ราคา 3,990 บาท สนใจรีบจับจอง

150Mb Wireless Router D-LINK (DIR-600) แนวตั้ง อลังการ

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับ Router จากค่าย D-LINK และเห็นว่า Design การออกแบบของมันเข้าท่าดีครับ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางตัวเครื่องจาก การวางในแนวราบกับพื้น กลายเป็นแนวตั้งแทน และก็ทำให้ดีครับ สวยมากๆ หากเอาไปตั้งบนโต๊ะทำงานแล้วดูเก๋ไก๋ขึ้นมาเลยทันที นอกจากจะเป็น Router แล้วยังเป็นเครื่องประดับโต๊ะทำงานได้อีกด้วย น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมละครับ เอาละเราเข้าไปดูรายละเอียดกันดีกว่า

รูปร่างของเครื่องออกแบบให้เป็นทรง 4 เหลี่ยม ผืนผ้า ไม่มีการลบเหลี่ยมครับ การจัดวางบนโต๊ะ จะเอาด้านยาวของ 4 เหลี่ยมผืนผ้าเป็นฐานตั้งครับ ตัวเครื่องมาในโทนสีขาว สะอาดตา เรียบหรู ดูดีมาก ช่องระบายความร้อนออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังและด้านบนตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานและ Logo D-Link อยู่ทางด้านหน้าของเครื่อง พอร์ตสำหรับใช้งานอยู่ทางด้านหลังเครื่องครับ จัดวางตำแหน่งพอร์ตได้อย่างลงตัว

สเป็คของเครื่องเริ่มจาก พอร์ต LAN ที่ให้มามากถึง 4 พอร์ต เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับการกระจายเครือข่ายครับ ด้านข้างของพอร์ต LAN จะมี พอร์ต Modem จัดมาให้ 1 พอร์ต ถัดมาจะเป็น Reset Button สำหรับเวลาที่เราต้องการรีเซ็ตค่าต่างๆ เป็นค่าแบบ Default หรือค่าเริ่มต้นนั่นเองครับ ถัดมาเป็นช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่องครับ และถัดมาก็จะเป็นปุ่ม เปิด-ปิดเครื่องนั่นเอง ป้ายแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ก็อยู่ทางด้านหลังนี้เองครับ

Transmit/Receive 150 Mbps 2.4 GHz, IEEE 802.11n (draft) Wireless LAN specification, Backward compatible with 802.11g wireless networks, Software Built-in NAT firewall / Support for 802.1X RADIUS / Stateful Packet Inspection รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 465 บาท

UPS 500VA APC BE500R-AS สุดยอดแหล่งสำรองไฟรุ่นเล็ก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากห่างหายกันไปนาน และผ่านเทศกาลสงกรานต์กันไป หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความสุขกันอย่างเต็มอิ่ม และชาร์จแบตเตอรี่กันมาเต็มแล้วใช่ไหมครับ สำหรับวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันเบาๆ ที่ผมจะนำเอาข้อมูลข่าวสารสินค้าไอทีมาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน สำหรับชุดนี้จะเป็นตัวสำรองไฟ หรือที่รู้จักกันในนาม UPS นั่นเองครับ ใครที่กำลังมองหาอยู่ละก็ต้องติดตามซีรี่ย์นี้ครับ อย่าพลาดเด็ดขาด

สำหรับตัวนี้เป็น UPS จากค่ายดัง APC ที่รูปร่างหน้าตาดูแล้วสวยงาม น่าใช้ครับ ต้องขอบอกก่อนว่าตัวนี้เป็นรุ่นเล็กครับ ลักษณะเป็นปลั๊กแบบรางเดี่ยว มีที่เสียบปลั๊กจัดมาให้ 3 แถว ดีไซนตัวนี้มาในโทนสีดำ เข้ม เท่ห์ สุดๆ มี Logo APC บริเวณด้านซ้ายบนของตัวปลั๊ก มีช่องเสียบสายไฟ Power ด้านมุมขวาล่างมีสวิทช์เปิดปิดปุ่มเล็กๆ น่ารักดีครับ ใครที่ไม่ได้ต้องการ UPS แบบ อลังการมากมายนัก ตัวนี้นับได้ว่าเป็นตัวที่น่าสน

เราลองมาดูด้านสเป็คของเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ ว่าจะแรงแค่ไหน วัตต์ของตัวนี้อยู่ที่ 300 Watts / 500 VA, ขนาด 27.3 x 17.4 x 9.6 cm, น้ำหนัก 6.5 Kg, สายไฟยาว 1.83 m, Input voltage range for main 165 – 266V, Maximum Input Current 7A, Input Breaker Capacity 7.0 A, แบตเตอรี่แบบแผ่นธาตุตะกั่ว, ระยะเวลาในการชาร์จ 24 hour, Port ใช้งานให้มา 3 Port, มีการรับประกันสินค้า 2 ปี สุดยอดครับ ราคาเสนอมาที่ 1,950 บาท สำหรับตัวนี้นับได้ว่าคุ้มค่ามากครับสำหรับรุ่นเล็ก

UPS 850VA SYSTEM เต็มตัว เต็มพลัง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับทุกท่าน หวังว่าทุกท่านจะสบายดีกันทุกคนนะครับ สำหรับวันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องสำรองไฟจากค่าย System และเห็นว่าราคาไม่หนัก ประสิทธิภาพระดับกลาง พอรับได้ ก็เลยไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูล ข่าวสาร ดีๆ มาฝากเพื่อนๆ กัน เราจะมาดูกันว่าตัวนี้มีคุณสมบัติอะไรที่น่าสนใจบ้าง และสเป็คของเครื่องเป็นอย่างไร หากทุกท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้า UPS ตัวนี้แล้วละก็ ตามผมเข้ามาด้านในได้เลยครับ

เริ่มต้นจากตัวบอดี้ของเครื่อง ที่ออกแบบมาให้เป็นรูปทรง 4 เหลี่ยม ผืนผ้าแนวนอน มาพร้อมกับโทนสีดำ คาดเหลือง ให้ความโดดเด่นยามพบเห็น ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ถูกออกแบบให้อยู่ด้านหน้าเครื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีไฟแสดงสถานะการใช้งานแบบ LED อีก 2 ดวง เหนือสวิทช์เปิด-ปิด พลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นพอร์ตสำหรับใช้งานมากมายครับ อาทิเช่น ปลั๊กไฟเข้า, ปลั๊กสำรองไฟ, ปลั๊กป้องกันแรงดันสูงม, ปลั๊กสำหรับเครื่องเลเซอร์ปริ๊นเตอร์ นอกจากนั้นยังมีระบบป้องกันไม่ให้จ่ายแบตเตอรี่เมื่อมีแรงดันต่ำด้วย

ด้านสเป็คก็ใช่ย่อยครับ AC INPUT 220 Vac 1 Phase 50 Hz 3.36A, AC OUTPUT 220 Vac 1 Phase 50 Hz 1.36A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) AC INLET AS-08, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) UNIVERSAL SOCKET, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) UNIVERSAL SOCKET, ขนาดของเครื่อง 95 x 160 x 325 mm, น้ำหนัก 4.45 kg, Indicator & Audible Alam/ Protection Short circuit & Overload, Surge Tel Line, Surge For Laser Printer, มีการรับประกันสินค้า 2 ปีเต็ม ราคาอยู่ที่ 1,760 บาท

น้ำนมช่วยฟื้นฟูผิวไหม้เสียจากแสงแดด

น้ำนมช่วยฟื้นฟูผิวไหม้เสียจากแสงแดด

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการอาบผิวด้วยน้ำนมหรือบางท่านก็คงเคยทำกันบ้างแล้ว เพราะในน้ำนมมีสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่หลายชนิดในการช่วยบำรุงผิวพรรณ และสำหรับใครที่ผิวมีอาการไหม้เสียจากการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน คุณก็สามารถใช้น้ำนมในการช่วยบำบัดผิวได้เช่นกัน แต่เราคงไม่จำเป็นจะต้องถึงขั้นอาบน้ำนมกันเลยก็ได้นะคะ เพราะแบบอาจจะค่อนข้างสิ้นเปลือง แต่จะมีขั้นตอนในการทำดังนี้ค่ะ

ขั้นตอนในการบำบัดผิวด้วยน้ำนม
เทนมสดใส่ภาชนะควรเลือกเป็นแบบนมสดรสธรรมชาติจะดีที่สุด จากนั้นใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มลงไปในน้ำนมแล้วนำมาประคบผิวที่ไหม้เสียจากแสงแดดใครจะใช้ประคบผิวหน้าด้วยก็ได้เช่นกัน หลังจากนั้นให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือใครจะปล่อยทิ้งไว้จนแห้งก็ไม่ว่ากัน พอทิ้งไว้จนพอใจแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วทำความสะอาดผิวตามขั้นตอนปกติ เพียงเท่านี้น้ำนมก็จะช่วยฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำหรือผิวไหม้แดดให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น แต่วิธีนี้อาจจะไม่ได้หายกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำแต่ผิวจะค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในช่วงแรกจึงควรหมั่นทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยสูตรนี้คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะน้ำนมเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อทุกผิวพรรณ

ใครที่มีผิวคล้ำเสียหรือผิวไหม้เกรียมจากแสงแดด เพียงคุณประคบผิวด้วยน้ำนมเป็นประจำก็รับรองได้เลยว่าในเวลาไม่นานผิวของคุณก็จะค่อยๆ ปรับสภาพกลับมาสวยสดใสและอ่อนนุ่มชุ่มชื่นได้ดังเดิมอย่างแน่นอนค่ะ