UPS 850VA LINE THAI รักเมืองไทย ต้องลายไทย

เป็นเครื่องสำรองไฟ สัญชาติไทยที่หลายคนให้ความสนใจกับอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ รูปร่างหน้าตา ก็ไม่ได้น้อยหน้ายี่ห้ออื่น แถมยังประหยัดสตางค์ในกระเป๋าอีกต่างหาก ประสิทธิภาพก็ใช่ว่าจะด้อยกว่ายี่ห้ออื่น ใครที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้ของเกรดปานกลาง และส่งเสริมสินค้าไทยละก็ เครื่องสำรองไฟจากค่ายลายไทย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้ชาติใดในโลก ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า

ตัวเครื่องนั้นได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีครับ สวยงามสไตล์คนไทย ด้านหน้าเครื่องมีการปั๊มลายนูนเป็นรูปกนก รุ่นนี้มาในโทนสีดำด้าน ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องอยู่ทางด้านหน้าของตัวเครื่อง พร้อมด้วยไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่อง และ Logo Line Thai ด้านหลังของตัวเครื่อง มีช่องเสียบสาย Power และปลั๊กใช้งานอีก 4 ชุด มาพร้อมกับพอร์ต Line in/out เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานครับ ต่อไปเราไปดูกันที่สเป็คเครื่องกันบ้าง

ตัวนี้ Rated Capacity 850VA Line Interactive UPS, AC INPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 3.36 A, AC OUTPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 0.62 A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) 1 Port, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) 2 Ports, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) 1 Port, ขนาด 90 x 140 x 320 mm
น้ำหนักของเครื่องโดยประมาณ 5.2 kg, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม ราคา 1,770 บาท เป็นเครื่องสำรองไฟที่น่าลองใช้มากๆ ครับ ด้วยราคาขนาดนี้ และสเป็คเครื่องก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร คิดว่าท่านที่มีงบจำกัด อาจจะถูกใจเจ้าตัวนี้ก็เป็นได้ ใช้แล้วเป็นยังไงก็เอามาบอกกล่าวกันบ้างนะครับ

300Mb Wireless Router SMC (SMCWBR14S-N3) ขาวใส ได้ใจทุกคน

ไม่ได้เจอกันนานเป็นอย่างไรกันบ้างครับ คิดว่าคงจะสบายกันดี วันนี้เช่นเคยครับผมได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้า Wireless Router จากค่าย SMC และก็ไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารดีๆ มาทำการแนะนำให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกับอย่างจุใจ หรือจะใช้เป็นบทความสำหรับการอ้างอิงก่อนทำการตัดสินใจซื้อก็ได้ครับ อันนี้ไม่ผิดกฎแต่อย่างใด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเข้าไปดูรายละเอียดด้านในของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า

เริ่มจากรูปร่างหน้าตาของเครื่องตัวนี้ นับได้ว่าออกแบบมาได้อย่างลงตัว และสวยงามมากครับ ตัวเครื่องมีรูปทรง 4 เหลี่ยม ขอบมน มีการตัดเฉียงบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง ทำให้ดูมีมิติ ออกแนว Modern ใช้เป็นของประดับโต๊ะทำงานได้อย่างไม่น่าเกลียด ตัวนี้มาในโทนสีขาว สะอาดตา ให้เสากระจายสัญญาณมา 2 เสา รับรองว่าเรื่องความแรงกินขาด ช่องระบายความร้อนอยู่บริเวณด้านข้างตัวเครื่อง ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่บริเวณขอบของเครื่อง

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังเครื่อง จะเห็นพอร์ตใช้งานต่างๆ มากมายครับ เช่น พอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 4 Ports, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 1 Port, เสากระจายสัญญาณ 2dBi 2 เสา, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง 1 ช่อง, ปุ่ม Reset เครื่อง, Wireless Standard IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Wi-Fi Protected Setup Virtual server, DMZ, Upnp, Software NAT Firewall with SPI, Intrusion Detection, Access Control
Setup EZ Installation Wizard, Web based management interface (HTTP), Remote Management, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ขนาดเครื่อง 138 x 185 x 35 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปีเต็ม ราคาอยู่ที่ 930 บาท

300Mb Wireless Router TP-LINK (WR941ND) 3 เสา เร้าใจวัยทีน

หากใครที่กำลังมองหา Wireless Router ที่แรงๆ ราคาพอรับไหว ใส่ใจด้านการบริการหลังการขายที่เยี่ยมยอดอยู่ละก็ ขอแนะนำ 300Mb Wireless Router TP-LINK (WR941ND) ที่มาพร้อมกับเสากระจายสัญญาณจัดเต็ม 3 เสา เรื่องความแรงไม่ต้องเป็นห่วง อีกทั้งด้านรูปร่างหน้าตายังสวยงาม สามารถนำไปวางบนโต๊ะทำงานเป็นของตกแต่งก็ยังได้ครับ สุดยอดจริงๆ ทั้งสวย ทั้งเก่ง ไม่รักก็บ้าแล้วละครับ

โครงสร้างภายนอกของเครื่องออกแบบเป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน จัดวางเครื่องในแนวนอน ด้านบนของตัวเครื่องมีการสกรีนยี่ห้อ TP-Link เห็นได้อย่างชัดเจนครับ ด้านข้างของตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีช่องสำหรับระบายความร้อน ด้านหลังของเครื่องมีพอร์ตสำหรับใช้งาน จัดวางตัวในแนวนอน สำหรับเสากระจายสัญญาณนั้นรุ่นนี้ออกแบบมาให้มีถึง 3 เสา เลยทีเดียว ดูแล้วเหมือนเอาธูปมาปักไว้เลยครับ

ด้านสเป็คของเครื่องเรามาดูกันครับ เริ่มจากพอร์ต LAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 4 Ports, พอร์ต WAN 10/100 Mbps RJ45 ให้มา 1 Port, ปุ่ม Reset เครื่อง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง, เสากระจายสัญญาณ 3dBi 3 เสา, Wireless Standards IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, Frequency; 2.4-2.4835GHz, Wireless Functions; Enable/Disable Wireless Radio, WDS Bridge, WMM, Wireless Statistics

Wireless Security; 64/128/152-bit WEP / WPA / WPA2, WPA-PSK / WPA2-PSK, Quality of Service; WMM, Bandwidth Control, Port Forwarding; Virtual Server, Port Triggering, UPnP, DMZ, Firewall Security; Dos, SPI Firewall / IP Address Filter/MAC Address Filter/Domain Filter / IP and MAC Address Binding, ขนาดเครื่อง 200 x 140 x 28 mm, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 1,970 บาท

300Mb Wireless Router ‘ASUS’ (RT-N12HP) High Power ยาวแรง แซงทุกโค้ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไอทีทุกท่าน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะครับ กับผมคนเดิม ที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารวงการไอที ดีๆ มาฝากทุกๆ ท่านกัน สำหรับวันนี้ผมนำเอา Wireless Router จากค่าย ASUS มาแนะนำครับ ตอนแรกที่ได้เห็นตัวนี้นึกว่าไม้อะไรมาเสียบบน Router ที่ไหนได้ เป็นเสากระจายสัญญาณนั่นเอง มันยาวมากจนน่าตกใจ ครับ ส่วนด้านสเป็คของเครื่องจะเป็นอย่างไรนั้น เราลองมาดูกันครับ รับรองว่าถึงใจแน่นอน

ตัวเครื่องนั้นออกแบบในรูปแบบ Modern Style ที่มาพร้อมกับโทนสีดำเงา ให้ความรู้สึกเท่ห์ มีระดับ เข้ม เจ๋งสุดๆ ถ้านำไปวางบนโต๊ะทำงาน มันจะเหมือนกับเอาตะเกียบที่ใช้คีบปาท่องโก๋มาเสียบบน Router เลยละครับ จุดเด่นที่สุดของ Router ตัวนี้ก็คือความยาวของเสากระจายสัญญาณนั่นเอง เพื่อให้สามารถกระจายสัญญาณไปได้ไกล เค้าเลยออกแบบมาอย่างนี้ พอร์ตใช้งานที่สำคัญๆ ต่างๆ ออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังเครื่องครับ

สเป็คของเครื่องเป็นอย่างไรนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันครับ เริ่มต้นจาก พอร์ต LAN RJ45 for 10/100 ให้มา 4 Ports, พอร์ต WAN RJ45 for 10/100 ให้มา 1 Port, ปุ่ม Reset เครื่อง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง, เสากระจายสัญญาณ 9 dBi 2 เสา, Wireless Standard IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Transmit/Receive 2.4000GHz

Wireless Security : 64-bit WEP, 128-bit WEP, WPA2-PSK, WPA-PSK, WPA-Enterprise, WPA2-Enterprise, WPS support, Setup UPnP, IGMP v1/v2/v3, DNS Proxy, NTP Client, DDNS, Port Triger, Virtual Server, DMZ, AC Input : 110V – 240V(50 – 60Hz), ขนาดของเครื่อง 179 x 128 x 28 mm, มีการรับประกันสินค้านานถึง 5 ปีเต็ม, ราคา 1,650 บาท

UPS 1000VA LINE THAI (2 Battery) แบตเตอรรี่คู่ ดูดี

หลังจากที่ได้ทำการรีวิวเครื่องสำรองไฟ Line Thai ได้สักพัก เริ่มเห็นว่าของไทยเราก็มีดีเช่นกัน เลยตัดสินใจว่าจะเอา เครื่องสำรองไฟ Line Thai ที่เจ๋งๆ มาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันบ้าง สำหรับตัวนี้จุดเด่นอยู่ที่ มีแบตเตอรรี่มากถึง 2 ก้อน จึงสามารถประจุไฟ และสำรองไฟได้นานกว่าปรกติครับ ใครที่ชอบตัวแรง ตัวเจ๋ง อันนี้อาจจะตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้ ไม่มากก็น้อยละครับ แล้วเราจะมัวรออะไรอยู่ ตามผมเข้าไปอ่านรายละเอียดด้านในได้เลยครับ

รูปร่างหน้าตาของเจ้าเครื่องสำรองไฟตัวนี้ ออกแบบมาได้อย่างลงตัวครับ เป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า จัดวางตามแนวนอน มาในโทนสีดำ ให้ความรู้สึก ลึกลับ น่าค้นหา เข้ม เท่ห์มากๆ เลยทีเดียว ปุ่มเปิดปิดอยู่บริเวณด้านหน้าเครื่องครับ เป็นสวิทช์แบบคันกระดก (เหมือนสวิทช์เปิด-ปิดไฟบ้านเรา) นอกจากนั้นยังมีไฟแสดงสถานะการทำงาน และ Logo Line Thai อยู่ทางด้านหน้าของเครื่องเช่นเดียวกัน พลิกมาดูด้านหลังเครื่องจะเห็น ปลั๊กสำหรับใช้งาน 2 ชุด ปลั๊กสำหรับ Printer 1 ชุด, พอร์ต Line in และ Line out อย่างละชุด พร้อมฟิวส์ 1 ตัว

สเป็คของเครื่องก็แรงใช่ย่อยครับ Rated Capacity 1000VA Line Interactive UPS, AC INPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 2.59 A, AC OUTPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 2.37 A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) 1 Port, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) 2 Ports, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) 1 Port, ขนาดของเครื่อง 108 x 164 x 349 mm, น้ำหนัก 9 kg, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม ราคา 3,490 บาท

UPS 500VA TIGER ไอ้เสือบุก

ครับตั้งชื่อบทความซะน่ากลัวเลย ที่จริงแล้วไม่มีอะไรครับเพราะว่ามันเป็นเพียงเครื่องสำรองไฟยี่ห้อ Tiger เท่านั้นเอง หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เหมือนผมตอนแรกๆ แหละครับ แต่พอได้ลองเข้าไปดูรายละเอียด และสเป็คคร่าวๆ ของเครื่องสำรองไฟรุ่นนี้แล้ว ต้องยอมรับครับว่ามีดีอยู่เหมือนกัน เลยไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูล ข่าวสาร ดีๆ มาทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่าน ทุกท่านได้อ่านกัน ใครมีความเห็นอย่างไรก็สามารถติชมกันได้ครับ

รูปร่างหน้าตาเจ้าเครื่องสำรองไฟตัวนี้ ออกแบบมาในทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้ามาตรฐานเครื่องสำรองไฟทั่วไป เรียบๆ แต่ดูดีครับ มันมาพร้อมกับสีดำด้าน เข้ม เท่ห์ ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ทางด้านข้างของตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อน ด้านหน้าของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่องแบบคันกระดก พร้อมด้วยไฟแสดงสถานะการทำงาน แบบ LED มีหลายดวงมากครับ นอกจากนั้น Logo Tiger ก็ยังอยู่ด้านหน้าเครื่องด้วย พลิกมาดูที่ด้านหลังเครื่อง มีพอร์ตสำหรับ Printer 1 Port, ปลั๊กสำรองไฟ 2 ชุด, ฟิวส์ 1 ตัว, พอร์ต Line in Line out อย่างละพอร์ต

สเป็คของเครื่องตัวนี้นับว่าอยู่ในระดับกลางครับ Rated Capacity 500VA Line Interactive UPS, AC INPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 3.52 A, AC OUTPUT (Voltage) 220 Vac 1 Phase 50 Hz 0.89 A, UL & CSA (ปลั๊กไฟเข้า) 1 Port, UL 498 5-15R (ปลั๊กสำรองไฟ) 2 Ports, EURO-CEE7 (ปลั๊กป้องกันแรงดันสูง) 1 port, ขนาด 108 x 164 x 345 mm, น้ำหนักโดยประมาณของเครื่อง 6.7 kg, มีการรับประกันสินค้านานถึง 2 ปีเต็ม ราคา 2,650 บาท หากท่านใดสนใจรีบจับจองนะครับ หากช้าไป ของหมดไม่รู้ด้วยนะ

150Mb Wireless Router TP-LINK (WR743ND) AP/Client สุดปลื้ม จนลืมโลก

เป็น Wireless Router อีกหนึ่งรุ่นของทาง TP-Link ที่โดดเด่นด้านการดีไซน์มากมายครับ ตัวนี้สามารถใช้เป็นของตกแต่งโต๊ะทำงานได้เป็นอย่างดีครับ เพราะออกแบบมาสุด Modern มาก ใครที่ชอบงานดีไซน์ และอยากลองของใหม่ สไตล์เก๋ ราคาพอรับได้ ตัวนี้นับได้ว่าเป็นตัวเลือกต้นๆ เลยทีเดียว ว่าแล้วเราก็เลยเอาข้อมูลเจ้าตัวนี้มาทำการแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน เผื่อจะเอาไว้เป็นตัวเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน

ตัวเครื่องออกแบบในสไตล์ Modern Router รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้าขอบมน ที่มีรัศมีความโค้งมนของขอบมากกว่าปกติ จึงดูเหมือนว่าจะเป็นวงรีไปซะงั้น มีการขึ้นลวดลายเส้นด้านบนของเครื่อง ในส่วนของ Logo ถูกสกรีนอยู่ทางด้านบนของตัวเครื่อง และไฟแสดงสถานะก็อยู่ที่ด้านบนนี้เช่นเดียวกัน เสากระจายสัญญาณ ให้มา 1 เสา ทางด้านพอร์ตสำหรับใช้งานต่างๆ ออกแบบให้อยู่ทางด้านหลังของเครื่อง ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นติดตามกันต่อไปครับ

พลิกมาดูที่ด้านหลังเครื่องจะเห็นพอร์ต 10/100Mbps LAN 4 Ports, พอร์ต 10/100Mbps WAN 1 Port, ปุ่ม Reset เครื่อง, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, ช่องเสียบสายไฟเลี้ยงตัวเครื่อง และเสากระจายสัญญาณ 5dBi 1 เสา, Wireless Standard IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b, Transmit/Receive 2.4-2.4835GHz, Wi-Fi Protected SetupVirtual Server,Port Triggering, UPnP, DMZ, Software 64/128/152-bit WEP / WPA / WPA2,WPA-PSK / WPA2-PSK
Setup Access Control / Local Management / Remote Management, IPv6 support CE, FCC, RoHS, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส, ความชื้นที่เหมาะสมในการทำงาน 10% – 90%, ขนาดเครื่อง 174 x 118 x 33 mm, รับประกันตลอดอายุการใช้งาน, ราคาเสนอมาที่ 1,330 บาท

300Mb Wireless N Gigabit ADSL-2+ Router ‘TP-LINK’ (TD-W8970) เต็มๆ สุดๆ

เจ้า 3 ก้านตัวแรงมาแล้ว ครับสำหรับเจ้า Router ของค่าย TP-Link ที่เรานำมารีวิวในวันนี้เป็น Router ที่เรียกได้ว่านอกจากจะมีความสวยงามด้านการดีไซน์แล้ว ยังให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องระดับเทพอีก ส่วนจะเทพแค่ไหนนั้นเราต้องไปดูกันที่สเป็คของเครื่องครับ ใครที่เป็นสาวกของ TP-Link ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่งั้นเสียดายแย่เลย ว่าแล้วเราก็ลงไปดูรายละเอียดของเครื่องกันดีกว่าครับ

หน้าตาเจ้าตัวนี้ใครเห็นเป็นต้องหยุดมองครับ ด้วยการดีไซน์ในสไตล์ Modern Router สีดำเงา สุดโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นนี้จริงๆ รูปทรงเป็น 4 สี่เหลี่ยม ผืนผ้า 3 ชิ้นที่นำเอาด้านยาวมาเรียงต่อกัน และมีเสากระจายสัญญาณอีก 3 ต้น ช่วยกันกระจายสัญญาณ เรื่องความแรงไม่ต้องพูดถึง สำหรับไฟแสดงสถานะการทำงานของเครื่อง ถูกออกแบบมาให้อยู่ทางด้านหน้าของเครื่องครับ เห็นได้อย่างชัดเจนแน่นอน พอร์ตใช้งานต่างๆ อยู่บริเวณด้านหลังเครื่อง

สเป็คของเครื่องเริ่มต้นจาก พอรต์ ADSL ให้มา 1 Port, USB 2.0 ให้มา 2 Ports, LAN 10/100/1000Mbps RJ45 4 Ports, ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, WPS Button 1 ปุ่ม, Wi-Fi On/Off Switch 1 สวิทช์, ปุ่ม Reset 1 ปุ่ม, ช่องไฟเลี้ยง 12VDC/1.5A 1 ช่อง, ขนาดเครื่อง 243 x 160.6 x 32.5 mm, IEEE Standards IEEE 802.3, 802.3u, เสากระจายสัญญาณ 5dBi ให้มาแบบจัดเต็ม 3 เสา, Wireless Standards IEEE 802.11b, 802.11g, 802.11n, Frequency 2.400-2.4835GHz
Wireless Security รองรับ 64/128 bit WEP, WPA /WPA2, WPA-PSK/WPA2-PSK
Wireless MAC Filtering, Security NAT Firewall / SPI Firewall / MAC / IP / URL Filtering, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคา 2,450 บาท

Wireless Router TL-WR700N TP-Link (ไม่แน่จริง ไม่มาโชว์)

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ TP-Link ที่สร้างเจ้า Wireless Router มาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว และนอกจากประสิทธิภาพที่โดนใจแล้ว ยังมีความสวยงามของการดีไซน์อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมเจ้า TL-WR700N จึงกลายเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ใครหลายคนอยากจับจองเป็นเจ้าของ และด้วยราคาที่ไม่ได้เกินเอื้อมเกินไปนัก ใครที่ไม่ชอบสายพะรุงพะรัง ตัวนี้แหละ คือคำตอบของคุณ

ตัวบอดี้ของเครื่องถูกออกแบบมาให้น่าใช้มากๆ ครับ รูปทรง 4 เหลี่ยมจัตุรัสขอบมน ตัวที่ผมนำมารีวิวนั้นเป็นสีเทา / ขาว ครับ ดูแล้วเรียบๆ แต่ได้ใจมากๆ เลย วางตรงไหนบนโต๊ะทำงานก็ดูหรูขึ้นมาทันทีเลย ขนาดก็เล็กกะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนๆ ก็ได้ ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ตัวมันมีปลั๊กสำหรับเป็นไฟเลี้ยงตัวมันเองครับ ตัวปลั๊กนี้สามารถปรับระดับ หรือบิดพับไปมาได้ครับ สะดวกดี เวลาใช้งานก็แค่บิดปรับให้ปลั๊กอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วเสียบ

สเป็คของเครื่องมีอะไรบ้างเรามาดูกัน เริ่มจากพอร์ต LAN 10/100Mbps RJ-45 ให้มา 1 Port, ปุ่ม Reset เครื่อง 1 ปุ่ม, ปลั๊กเสียบไฟเลี้ยงตัวเอง 1 อัน, Wireless Standards IEEE 802.11b, IEEE 802.11g, IEEE 802.11n, Transmit/Receive 2.4000-2.4835GHz, Antenna Type On-Board, Wireless Modes AP Mode, Router Mode ,Client Mode, Repeater Mode, Bridge Mode, Wireless Functions Enable/Disable Wireless Radio, WDS Bridge, WMM, Wireless Statistics

Wireless Security 64/128/152-bit WEP / WPA / WPA2,WPA-PSK / WPA2-PSK, WAN Type Dynamic IP/Static IP/PPPoE/PPTP/L2TP, Firewall Security DoS, SPI Firewall, IP Address Filter/MAC Address Filter/Domain Filter, IP and MAC Address Binding, ช่วงอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ 0 – 40 องศาเซลเซียส ขนาด 81 x 71 x 28 mm, ราคา 635 บาท

Wireless ADSL2 Router SMC (7904WBRAS-N2 V2) ทุกสิ่งในหนึ่งเดียว

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยครับ สำหรับการรีวิวสินค้าไอทีกับผมคนเดิม ที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารมาให้คุณได้อ่านกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ถ้ามีดี เราจะนำมารีวิวอย่างแน่นอน และวันนี้ก็เช่นเคยครับ ผมได้ไปทำความรู้จักกับ Wireless Router จากค่าย SMC แบบ all in one ใครที่กำลังมองหาอยู่ ต้องอ่านบทความนี้ครับ ไม่งั้นพลาดของดีอย่างแน่นอน ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดของตัวนี้กันดีกว่า ตามผมเข้ามาได้เลยครับ

ตัวเครื่องนั้นออกแบบได้อย่างสวยงาม มาในโทนสีขาวสะอาดตา มี Logo SMC สกรีนด้านบนของตัวเครื่อง มีเสากระจายสัญญาณ 1 เสา การออกแบบเป็นรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน วางบนโต๊ะทำงาน แล้วเพิ่มความหรูได้เลยครับ ดูแล้วเท่ห์มากมาย ด้านหน้ามีไฟแสดงสถานะต่างๆ เช่น สถานะ Standby, ไฟแสดงพอร์ตที่กำลังใช้งาน เห็นได้อย่างชัดเจน ต่อมาเราจะมาดูรายละเอียดด้านสเป็คของเครื่องกันบ้างครับ

พอร์ตด้านหลังที่สำคัญเช่น Power Port ไฟเลี้ยง, Modem Port, Reset Button, และที่ทุกท่านรอคอย พอร์ต สำหรับสาย LAN (RJ-45) จัดเต็มมาให้ 4 พอร์ต, และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง, Standards and Protocol IEEE 802.11n / IEEE 802.11g / IEEE 802.11b, Frequency Range 2.40 – 2.50GHz, Wireless Security WEP / WPA/WPA2-PSK / WPS-PIN / WMM Qos / Wireless MAC Filtering / Multiple SSIDs / WDS

Antenna Type 5 dbi 1 เสา, Output Power DC Output: 12V/0.8A, Support Operating System Microsoft Win 7 / Vista / XP / NT / 2000 / Me / 98SE, Certifications CE Mark / FCC Mark / Wi-Fi Certificated, Configuration Telnet / SNMP v1/v2c / Configuration upload/download via HTTP รับประกัน 3 ปี ราคา 930 บาท